การเลี้ยงไก่ตอน

ไก่ตอน (Capon) หมายถึง ไก่เพศผู้ที่ถูกทำให้หมดสภาพความเป็นเพศผู้ ซึ่งอาจจะท าได้โดย

การศัลยกรรมผ่าตัดเอาลูกอัณฑะออก หรือการฉีดฮอร์โมนหรือสารประกอบที่มีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมน

เพศเมีย ไก่ที่ตอนแล้วจะมีเนื้อนุ่มขึ้น (Tender) มีความชุ่ม (Juicier) และมีรสชาติ (Flavorful) ดีขึ้น น

รับประทานมากขึ้น ในบ้านเรานิยมนำไก่ตอนมาทำเป็นข้าวมันไก่ซึ่งเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน แต่

เนื่องจากเทคนิคและวิธีการตอนไก่นั้นเป็นเรื่องยุ่งยากจึงไม่ค่อยมีผู้เลี้ยงมากนักในขณะที่ตลาดมีความ

ต้องการสูงมากและเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับไก่ที่เราเลี้ยงอีกด้วย

การตอนไก่ (Caponization)

  การตอนไก่สามารถท าได้ 2 วิธี ได้แก่

  1. การตอนแบบฝังฮอร์โมน การตอนแบบนี้จะไม่ทำ ให้ไก่เกิดภาวะเครียดและอุปกรณ์ที่ใช้ใน

การตอนก็มีเพียงเข็มส าหรับฝังฮอร์โมนและฮอร์โมนสังเคราะห์เฮ็กโซเอสตรอล (Hexoestrol) เท่านั้น

โดยแทงเข็มเข้าไปฝังไว้ใต้ผิวหนังบริเวณด้านหลังคอของไก่แล้วฝังฮอร์โมนเม็ดเอาไว้   หลังจากฝัง

ฮอร์โมนประมาณ 10-14 วัน ก็จะท าให้ได้เนื้อไก่ที่นุ่มขึ้นแต่ไม่ถึงกับเหนียว แต่การตอนแบบฝังฮอร์โมน

น กรมปศุสัตว์ได้ประกาศยกเลิกและห้ามน าฮอร์โมนสังเคราะห์มาใช้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะมีสาร

ตกค้างในเนื้อ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์และเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค การตอนโดยใช้ฮอร์โมน

สังเคราะหนจะมีฤทธิ์อยู่ในตัวไก่นานประมาณ 45-50 วัน แต่เกษตรกรส่วนใหญ่มักจะรีบจับไกส่งขาย

ก่อนเวลาเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงท าใหมสารตกค้างไปถึงแก่ผู้บริโภคและเกิดการสะสม ม

อัตราเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมและมดลูก และเกิดภาวการณเข้าสู่วัยหนุ่มสาวก่อนวัยอันควรโดยม

อัตราการเจริญเติบโตเร็วในช่วงแรกแต่หลังจากนั้นจะไม่เจริญคลื่นสมองอีกด้วย

2. การตอนโดยวิธีผ่าตัดเอาอัณฑะออก การตอนโดยวิธีนี้จะปลอดภัยแก่ผู้บริโภค แต่จะต้อง

ท าโดยผู้ที่มีความช านาญเท่านั้น เนื่องจากอาจจะท าให้ไก่ตายได้ ไก่ที่จะน ามาตอนนั้นควรมีน้ าหนัก

ประมาณ 0.5-0.8 กิโลกรัม หรือมีอายุประมาณ 5-12 สัปดาห์ และจะต้องเป็นไก่ตัวผู้ที่มีสุขภาพสมบูรณ

แข็งแรง ปราศจากพยาธิและโรคติดต่อ ก่อนการตอนไก่จะต้องท าการอดอาหารไก่ล่วงหน้าประมาณ 12-

24 ชั่วโมง เพื่อไม่มีอาหารตกค้างอยู่ในล าไส้ และจะไม่ท าให้เลือดออกมาในขณะที่ท าการผ่าตัดซึ่งจะท า

ให้การตอนไก่ไม่สะดวก และอาจท าให้ไก่สูญเสียเลือดมากจนตายได้ ในขณะที่อดอาหารไก่นั้นควร

จัดเตรียมน้ าไว้ให้ไก่ได้ดื่มกินตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่อากาศร้อน

  ขั้นตอนการตอนไก่ มีวิธีปฏิบัติดังน

  1. มัดปีกและขาให้แน่น ห้ามมัดปีกในลักษณะไขว้ปีกกันเนื่องจากอาจท าให้ปีกหักได้ถาหากม

การดิ้นที่รุนแรง จากนั้นน าปีกและขามายึดด้วยเชือกที่ขึงบนไม้โค้งรูปคันธนูเพื่อดึงปีกและขาให้มั่นคง

และป้องกันการดิ้นในขณะที่ท าการผ่าตัด เติบโตอีกเลย นอกจากนยังมีผลกระทบต่อ  2. ท าความสะอาดบริเวณซี่โครงที่จะท าการผ่าตัด โดยการถอนขนที่ขึ้นปกคลุมบริเวณซี่โครง

บริเวณที่จะท าการผ่าตัดออกให้สะอาด จากนั้นใช้น้ ายาฆ่าเชื้อเช็ดท าความสะอาดบริเวณโดยรอบที่จะท า

การผ่าตัด บริเวณที่จะท าการผ่าตัดจะอยู่ระหว่างซี่โครงซี่ที่ 6 และซี่ที่ 7 หรือ กระดูกซี่โครงคู่สุดท้าย

และรอยแผลจะต้องอยู่ต่ าลงมาจากบริเวณสันหลังประมาณ 1-1.5 นิ้ว

  3. ดึงหนังบริเวณที่จะท าการผ่าตัดไปด้านหางให้ตึงเล็กน้อย จรดปลายมีดกรีดให้เป็นแผล

ระหว่างซี่โครงซี่ที่ 6 และซี่ที่ 7 ให้บาดแผลยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว การกรีดแผลนั้นควรจะจรดมีดแล้ว

กรีดเพียงครั้งเดียวในต าแหน่งที่ต้องการและมีความยาวแผลที่เหมาะสม ถ้าหากมีการกรีดแผลหลายครั้ง

อาจจะท าให้การสมานแผลนั้นจะยากขึ้นและแผลจะหายช้าลง การกรีดแผลจะต้องระมัดระวังอย่าให

บาดแผลยาวจนเกินไป และจะต้องไม่ตัดกระดูกอ่อนที่เชื่อมยึดซี่โครงด้านบนและด้านล่างเข้าด้วยกัน

เนื่องจากจะท าให้บาดแผลที่ผ่านั้นจะไม่ปิดหลังจากทท าการผ่าตัดเสร็จแล้ว

  4. ใช้คีมถ่างแผลสอดเข้าไประหว่างกระดูกซี่โครงแล้วถ่างให้บาดแผลเปิดกว้างออกพอที่จะใช

ช้อนตักอัณฑะสอดเข้าไปได้และสามารถมองเห็นลูกอัณฑะได้สะดวก ในขั้นตอนนี้ถ้าหากเห็นว่า

บาดแผลที่ผ่าตัดนั้นสั้นเกินไปก็อาจจะใช้มีดกรีดให้มีความยาวของบาดแผลเพิ่มขึ้นได้

5. ใช้ตะขอเกี่ยวเจาะและดึงเนื้อเยื่อหรือกระบังลมที่ปิดบังล าไส้ออกจนมองเห็นล าไส้เล็กและลูก

อัณฑะได้อย่างชัดเจน อัณฑะไก่จะมีรูปร่างยาวรี ลักษณะคล้ายเมล็ดถั่วเหลือง มีสีเหลืองอ่อน ขนาดของ

อัณฑะจะขึ้นอยู่กับอายุของไก่ ไก่อายุน้อยอัณฑะจะมีขนาดเล็กในขณะที่ไก่อายุมากจะมีอัณฑะขนาด

ใหญ่ ซึ่งบางครั้งอาจจะมีขนาดใหญกว่าช้อนตักอัณฑะ

  6. ใช้ช้อนตักอัณฑะสอดใส่อัณฑะเข้าไปในร่องจากด้านหน้าไปทางด้านหาง ค่อย ๆ ขยับช้อน

เพื่อให้อัณฑะอยู่ในร่องกึ่งกลางของช้อน จากนั้นจึงค่อย ๆ บิดหมุนช้อนพร้อมกับออกแรงดึงเบา ๆ

เพื่อให้ขั้วยึดอัณฑะและลูกอัณฑะหลุดออกจากกัน ในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ส าคัญมาก ถ้าหากมีเศษ

ของอัณฑะติดค้างอยู่ที่ขวเพียงเล็กน้อย เศษอัณฑะนั้นก็จะสามารถเจริญขึ้นมาและสามารถผลิตฮอร์โมน

เพศผู้ได้ ท าให้ไก่ยังคงแสดงลักษณะและพฤติกรรมเพศผู้อยู่ เรียกว่า การตอนไม่ตก (Slipped) และ

ข้อควรระวังอีกประการหนึ่งคอ บริเวณใกล้กับขั้วยึดอัณฑะนี้จะมีเส้นเลือดด าใหญ่พาดผ่าน ถ้าหากไม

ระวังหรือถ้าดึงเอาอัณฑะออกแรงเกินไปก็อาจท าให้เส้นเลือดด าใหญ่นี้ฉีกขาดได้ และเป็นสาเหตุให้ไก

ตายในที่สุด

7. ส าหรับผู้ที่ฝึกหัดใหม่ ควรท าการผ่าตัดเอาอัณฑะออกทีละข้าง ถ้าหากช านาญแล้วก็อาจจะ

ฝึกหัดเอาอัณฑะออกทั้งสองข้างโดยการผ่าตัดเพียงครั้งเดียว โดยเมื่อตักลูกอัณฑะด้านบนออกแล้ว ให้

ใช้ตะขอเกี่ยวเนื้อเยื่อที่คั่นอยู่ระหว่างอัณฑะทั้งสองข้างให้ขาดออกจากกัน จากนั้นก็ใช้ช้อนตักอัณฑะ

ด้านล่างขึ้นมาแล้วค่อย ๆ บิดหมุนอัณฑะให้ขาดออกจากขั้ว ในขณะตอนก็ควรระวังอย่าดึงอัณฑะออก

แรงเกินไป เพราะอาจจะท าให้เส้นเลือดด าใหญ่ฉีกขาดได้ง่ายกว่าการตอนโดยการผ่าตัดทีละข้าง

  8. เมื่อเอาอัณฑะออกทั้งสองข้างเรียบร้อยแล้ว ใช้ส าลีซับเลือดออกให้สะอาด ปลดคีมถ่างแผล

ท าความสะอาดบาดแผลด้วยน้ ายาฆ่าเชื้อให้สะอาด บาดแผลที่ผ่าตัดอย่างถูกวิธีเมื่อปล่อยให้ไก่ยืนในท่า

ปกติ รอยบาดแผลนั้นจะปิดกันสนิทโดยไม่จ าเป็นต้องท าการเย็บบาดแผล เนื่องจากหนังที่ดึงไปทางด้าน

หลังนั้น จะถูกดึงกลับมาอยู่ทางด้านหน้าของบาดแผล และการผ่าตัดระหว่างซี่โครงก็จะช่วยให้บาดแผล

ไม่เปิดกว้าง

9. ปล่อยให้ไก่ได้ดื่มน้ าและกินอาหารได้ตามปกติ บาดแผลจากการผ่าตัดจะหายเองภายในเวลา

7-14 วัน อย่างไรก็ตามหลังจากผ่าตัดไปแล้ว 2-3 วันควรจะมีการตรวจสอบความเรียบร้อยของบาดแผล

ที่เกิดจากการผ่าตัด ถ้าหากมีอาการพองลม ก็ให้ใช้ปลายมีดหรือเข็มเจาะผิวหนังบริเวณนั้นให้ทะลุแล้ว

ใช้นิ้วรีดลมออกให้หมด

การจัดการไก่ตอนในระยะเจริญเติบโต

  ไก่ตอนในขณะยังเล็กอยู่จะมีวิธีการเลี้ยงและการจัดการเหมือนกับการเลี้ยงไก่เนื้อ จนกระทั่ง

อายุครบ 8 สัปดาห์ หลังจากนั้นจึงนำมาเลี้ยงในสถานที่เลี้ยงโดยจัดให้มีพื้นที่เลี้ยง พื้นที่ให้น้ำและอาหาร

เพียงพอ ดังแสดงในตารางที่ 1

ตารางที่ 1 แสดงความต้องการพื้นที่การเลี้ยง อุปกรณ์ให้น้ำและอาหารสำหรับไก่ตอน

อายุ

(สัปดาห์)

พื้นที่เลี้ยง  พื้นที่อุปกรณ์ให้น้ำ  พื้นที่อุปกรณ์ให้อาหาร

ตร.ฟุต  ตร.เมตร  นิ้ว  ซม.  นิ้ว  ซม.

8-12  2  0.19  1.1  2.8  3  7.6

12-15  3  0.28  1.5  3.8  5  12.7

> 16  4  0.37  2.5  6.3  7  17.8

ที่มา : North and Bell (1990) หน้า 503

การให้อาหารไก่ตอน

  ในระยะเจริญเติบโตนั้นไก่ตอนจะมีอัตราการเจริญเติบโตช้ากว่าไก่ตัวผู้ที่ไม่ได้ตอน แต่ เมื่อโต

เต็มวัยแล้วไก่ตอนจะมีน้ำหนักมากกว่า ไก่ตอนที่มีอัตราการเจริญเติบโตเร็วในช่วงแรกมักจะมีคุณภาพ

ซากต่ำเนื่องจากมีไขมันในซากมากเกินไป ในต่างประเทศไก่ตอนจะถูกจับขายเมื่ออายุประมาณ 17-20

สัปดาห์ ในช่วงแรกของการเลี้ยงจะมีวิธีการเลี้ยง การจัดการและการให้อาหารเหมือนกับการเลี้ยงไก่เนื้อ

จนกระทั่งอายุ 4-5 สัปดาห์ จากนั้นจึงให้อาหารที่มีเยื่อใยสูงเพื่อไม่ได้ไก่มีการสะสมไขมันในร่างกายมาก

เกินไปจนกระทั่งอายุประมาณ 12-13 สัปดาห์ หรือจนกระทั่งไก่มีน้ำหนักตัวประมาณ 3.6 กิโลกรัม การ

ให้อาหารที่มีเยื่อใยสูงยังช่วยลดปัญหาการเกิดถุงน้ำใต้ผิวหนังที่บริเวณหน้าอกอันมีสาเหตุมาจากไก่

น้ำหนักตัวมากเกินไป ก่อนการจับขายหรือในระยะขุน จะเปลี่ยนมาให้อาหารที่มีพลังงานสูง โดยปกติไก่

ตอนจะจับขายเมื่อมีน้ำหนักประมาณ 4.5 กิโลกรัม อาหารสำหรับการเลี้ยงไก่ตอนควรมีส่วนประกอบ

ของโภชนะหลักดังแสดงในตารางที่ 2

ตารางที่ 2 แสดงปริมาณโภชนะในอาหารที่แนะนำสำหรับการเลี้ยงไก่ตอน

อายุ (สัปดาห์)  พลังงาน Kcal ME/kg  เยื่อใยในอาหาร (%)  โปรตีนในอาหาร (%)

0-4  3,190  3.5  23

5-13  2,640  7.0  18

14-จับขาย  2,860  4.6  17

ปัญหาที่มักพบในการเลี้ยงไก่ตอน

  1.  การตอนไม่ลง (Slips) เนื่องจากยังมีเศษของอัณฑะหลงเหลืออยู่ ชิ้นส่วนอัณฑะที่ยังคง

หลงเหลืออยู่นี้ยังสามารถผลิตฮอร์โมนเพศผู้ได้เพียงพอที่จะท าให้ไก่แสดงลักษณะและพฤติกรรมของ

เพศผู้ออกมา

  2. พองลม (Wind puffs) หลังจากการผ่าตัดไก่บางตัวอาจจะมีการพองลมหรือมีลมอยู่ใต้ผิวหนัง

ดังนั้น หลังจากการผ่าตัดควรจะมีการตรวจดูรอยบาดแผลเป็นระยะ ๆ ถ้าพบอาการดังกล่าวให้ใช้ปลาย

มีดสะอาดกรีดหรือเจาะแล้วรีดลมนั้นออกให้หมด อาการนี้จะไม่เป็นอันตรายแก่ตัวไก่ ถ้าไม่เจาะออก

อาการนี้ก็จะหายไปเอง

  3. ปัญหาเกี่ยวกับขา (Leg problems) เนื่องจากไก่ตอนจะไม่มีพฤติกรรมความเป็นเพศผู้ นิสัย

ก้าวร้าวและความกระตือรือร้นจะน้อยลง ไก่ตอนมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนั่งหรือนอน ท าให้มี

ปัญหาเกี่ยวกับขามากขึ้น ดังนั้น ผู้เลี้ยงจึงควรเดินกระตุ้นให้ไก่ได้ลุกขึ้นเดินบ้าง ซึ่งอาจจะกระตุ้นโดย

การใช้เมล็ดธัญพืชโรยบนพื้นวันละครั้งในช่วงบ่าย เพื่อให้ไก่ได้ใช้เท้าคุ้ยเขี่ยกินบ้างจะช่วยลดปัญหา

เกี่ยวกับขาลงได้

  4. ถุงน้ำาใต้ผิวหนังหน้าอก (Breast blisters) เนื่องจากไก่ตอนจะไม่ค่อยเดิน และมักจะใช้เวลา

ส่วนใหญ่ไปกับการนั่งและนอน ท าให้หน้าอกสัมผัสกับพื้นมากขึ้น ถ้าหากวัสดุรองพื้นแข็ง หรือเปียกชื้น

ก็จะท าให้เกิดถุงน้ าใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอกได้ซึ่งจะท าให้ผิวหนังไม่สวยและคุณภาพซากลดลง วิธีการ

ป้องกันท าได้โดยการจัดการให้วัสดุรองพื้นแห้งหรืออาจจะปูวัสดุรองพื้นให้หนาขึ้น ฯลฯ

About these ads
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s